Search results

2 results in 0.03s

หนังสือ

    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศน.ม) การบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2558
ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศน.ม) การบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2558
หนังสือ

    การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาการบริหารระบบสารสนเทศของโรงเรียนประถมศึกษาในอำเภอเกษตรวิสัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 2) เพื่อเปรียบเทียบการบริหารระบบสารสนเทศของโรงเรียนประถมศึกษาในอำเภอเกษตรวิสัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 จำแนกตามตำแหน่ง อายุ และประสบการณ์ในการทำงาน 3) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะการบริหารระบบสารสนเทศของโรงเรียนประถมศึกษาในอำเภอเกษตรวิสัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารโรงเรียน และครูผู้ดูแลระบบสารสนเทศโรงเรียนประถมศึกษาในอำเภอเกษตรวิสัย จำนวน 118 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถาม มีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) อยู่ระหว่าง 0.67-1.00 และค่าความเชื่อมั่น (Reliability) เท่ากับ 0.91 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยโดยใช้ค่า t-test (Independent) วิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว(One-way ANOVA) และความแตกต่างเป็นรายคู่ด้วยวิธีของ LSD ผลการวิจัย พบว่า 1. ค่าเฉลี่ยของระดับการบริหารระบบสารสนเทศของโรงเรียนประถมศึกษาในอำเภอเกษตรวิสัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 ด้านระบบสารสนเทศพื้นฐานด้านระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับผู้เรียน ด้านระบบสารสนเทศการบริหารงานวิชาการ ด้านระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารโรงเรียน ด้านระบบสารสนเทศเพื่อการรายงานผลงานโรงเรียนและโดยรวมอยู่ในระดับมาก 2. ผลการเปรียบเทียบระดับการบริหารระบบสารสนเทศของโรงเรียนประถมศึกษาในอำเภอเกษตรวิสัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้ดูแลระบบสารสนเทศ จำแนกตามตำแหน่ง อายุ และประสบการณ์ในการทำงาน ด้านระบบสารสนเทศพื้นฐานโรงเรียน ด้านระบบสารสนเทศเกี่ยวข้องกับผู้เรียน ด้านระบบสารสนเทศการบริหารงานวิชาการโรงเรียน ด้านระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารโรงเรียน ด้านระบบสารสนเทศเพื่อการรายงานผลโรงเรียน และโดยรวม ไม่แตกต่างกัน ยกเว้น ด้านระบบสารสนเทศการบริหารงานวิชาการโรงเรียน จำแนกตามอายุ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้ดูแลระบบสารสนเทศที่มีอายุน้อยกว่า 30 ปี มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้ดูแลระบบสารสนเทศที่มีอายุ 30 - 45 ปี และมากกว่า 45 ปี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3.
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาการบริหารระบบสารสนเทศของโรงเรียนประถมศึกษาในอำเภอเกษตรวิสัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 2) เพื่อเปรียบเทียบการบริหารระบบสารสนเทศของโรงเรียนประถมศึกษาในอำเภอเกษตรวิสัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 จำแนกตามตำแหน่ง อายุ และประสบการณ์ในการทำงาน 3) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะการบริหารระบบสารสนเทศของโรงเรียนประถมศึกษาในอำเภอเกษตรวิสัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารโรงเรียน และครูผู้ดูแลระบบสารสนเทศโรงเรียนประถมศึกษาในอำเภอเกษตรวิสัย จำนวน 118 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถาม มีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) อยู่ระหว่าง 0.67-1.00 และค่าความเชื่อมั่น (Reliability) เท่ากับ 0.91 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยโดยใช้ค่า t-test (Independent) วิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว(One-way ANOVA) และความแตกต่างเป็นรายคู่ด้วยวิธีของ LSD ผลการวิจัย พบว่า 1. ค่าเฉลี่ยของระดับการบริหารระบบสารสนเทศของโรงเรียนประถมศึกษาในอำเภอเกษตรวิสัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 ด้านระบบสารสนเทศพื้นฐานด้านระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับผู้เรียน ด้านระบบสารสนเทศการบริหารงานวิชาการ ด้านระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารโรงเรียน ด้านระบบสารสนเทศเพื่อการรายงานผลงานโรงเรียนและโดยรวมอยู่ในระดับมาก 2. ผลการเปรียบเทียบระดับการบริหารระบบสารสนเทศของโรงเรียนประถมศึกษาในอำเภอเกษตรวิสัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้ดูแลระบบสารสนเทศ จำแนกตามตำแหน่ง อายุ และประสบการณ์ในการทำงาน ด้านระบบสารสนเทศพื้นฐานโรงเรียน ด้านระบบสารสนเทศเกี่ยวข้องกับผู้เรียน ด้านระบบสารสนเทศการบริหารงานวิชาการโรงเรียน ด้านระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารโรงเรียน ด้านระบบสารสนเทศเพื่อการรายงานผลโรงเรียน และโดยรวม ไม่แตกต่างกัน ยกเว้น ด้านระบบสารสนเทศการบริหารงานวิชาการโรงเรียน จำแนกตามอายุ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้ดูแลระบบสารสนเทศที่มีอายุน้อยกว่า 30 ปี มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้ดูแลระบบสารสนเทศที่มีอายุ 30 - 45 ปี และมากกว่า 45 ปี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3.
ผลการศึกษาข้อเสนอแนะการบริหารระบบสารสนเทศของโรงเรียนประถมศึกษาในอำเภอเกษตรวิสัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 พบว่า 1) ด้านระบบสารสนเทศพื้นฐานโรงเรียน โรงเรียนควรจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานที่เน้นความเป็นปัจจุบันของข้อมูล 2) ด้านระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับผู้เรียน โรงเรียนควรจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพของผู้เรียนเป็นรายบุคคล เช่น ความประพฤติ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3) ด้านระบบสารสนเทศการบริหารงานวิชาการโรงเรียน โรงเรียนควรแจ้งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนให้ผู้ปกครองรับทราบทุกภาคเรียน โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 4) ด้านระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารโรงเรียน โรงเรียนควรมีสถานที่ เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการบริหารจัดการระบบสารสนเทศ 5) ด้านระบบสารสนเทศเพื่อการรายงานผลงานโรงเรียน โรงเรียนควรติดตั้งระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อให้โรงเรียนสามารถส่งข้อมูลข่าวสาร และรายงานผลการดำเนินงานไปยังหน่วยงานต้นสังกัดได้
This research served the purposes: 1) to study themanagements of information for school administrationsof elementary schools under the Office of Primary Education Service, Roi Et Office Area 2, 2) to comparethe managements of the information for school administrations in elementary schools under the preceding office in Roi Et province’s Kaset Wisai district with theclassification of their different positions, ages and work experiences, 3) to examine their suggestions for enhancingthe managementsof information systems for administrations of elementary schools under the same office. The sampling groups were elementary school administrators and teachers responsible for information systems of theirschools, numbering 118 individuals. The research tool used for conducting the research was the questionnaire with the content vaidity of every question between 0.67 and 1.00, and its reliability at 0.91. Data were analyzed with the computer software package to find out frequencies, percentages, arithmetic means, and standard deviations. Differences in arithmetic means were tested with t-tests and F-tests, and differences in each pair of arithmetic means analyzed with the method of LSD (Less Significant Difference). Results of findings: 1. The levels of arithmetic means used in elementary school administrators’ and teachers’ managements of the information for the administrations of elementary schools under the aforesaid office have had their comprehensive means infive aspects of information for: i) schools’ basic systems, ii)learners, iii) academic affairsadministrations, iv) school administrations, and v)reports of their performances. And the overall level. 2. Comparative results of the levels used intheir managements of information for school administrations of the sameelementary schools under it have been found that theirdiiferent positions, agesand work experiences show no comprehensive differences in the managements inall fiveaspects.In contrast to the classification of their different ages, they have found significant differences in managements,with the statistical significance level at .05. Wiith their different ages, arithmetic means of elementary school administrators and teachers aged not over 30 years are higherthan those aged from 30 to 45 years and over 45 years, with the statistical significance level at .05. 3. Results of studying elementary school administrators’and teachers’ suggestions have been found advising of enhancing their managements of the information for administrations of their elementary schools under the office mentioned above. Suggestions are that their schoolsought to: 1) have basic data kept by putting the emphasis on fresh data in the aspect of information for schools’ basic systems,2) keeplearner’s information stored as an individual for their behavioursandlearning achievements in the aspect of information for learners, 3) inform learners’ guardians of their learning achievements every semester through the internet networks in the aspectof information for academic affairs administrations of schools, 4) have new tools and state-of-the-art technologies provided for the managementsystems in the aspect of information forschool administrations, 5) have high speed internet networks installed in the aspect of information for reports of their performances. To doso, responsible personnel canonce send considerable amounts ofinformation and reports of their performances to the higher offices they belong to.