วารสาร
80 หน้า : ภาพประกอบสี ; 29 ซม.
    Vol.5 No. 2 April - June 2019
Note: Vol.5 No. 2 April - June 2019
TOC:
  • From the Cover 500 ปี ลีโอนาร์โด ดาวินชี จากรอยยิ้มของโมนาลิซา ถึง ยิ้มสยาม
  • Tourism Trends เรื่องเล่น เรื่องเล็กน้อยมหาศาล
  • Tourism Situation คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ท่องเที่ยว
  • Tourism Research Startup Nation The Emerging Israel Traveler
  • The Emerging of Lady travlers
  • Low Carbon Tourism The Disappionting Night
  • Pop Culture Tourism เรื่องบันเทิง เรื่องเที่ยว เรื่องเดียวกัน
  • Sport Tourism เหงื่อหยดใหม่ ของ Sport Tourism
  • Tourism Talk Catching the Rainbow
  • Digital Tourism มองเทรนด์ธุรกิจท่องเที่ยวยุคดิจิทัล ปี 2019
วารสาร
80 หน้า : ภาพประกอบสี ; 29 ซม.
    Vol.5 No. 3 July - Stptember 2019
Note: Vol.5 No. 3 July - Stptember 2019
TOC:
  • From the Cover "ท่องเที่ยว กับ ภัยพิบัติ" เรื่องไกล ๆ ที่อาจใกล้ตัวเข้าไปทุกที
  • Disaster tourism ทำไมเราถึงอยากไปดูหายนะของคนอื่น
  • Tourism Trends End of Excess สิ้นสุด...ส่วนเกิด (ความจำเป็น)
  • Tourism Talk สรุปสาระสำคัญจากการสัมมนาภายในงาน ITB Berlin 2019
  • Soprt Tourism Marathonism
  • Supplement สกสว.ร่วมสร้างคุณค่าการท่องเที่ยวไทย
  • Tourism Situation คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ท่องเที่ยว
  • Digital Tourism Fimding Local Experience คำค้นนั้นสำคัญไฉน
  • Low Carbon Tourism The "Hothouse" จากผู้อาศัยกลายเป็นผู้ทำลาย
  • Pop Culture Tourism Notre Dame des Paris : ยอดแหลมที่เพิ่งพังลงของวิโอเลต์ขเลอขดุท กับ เหตุผลที่ไม่จำเป็นต้องสร้างกลับให้เหมือนเดิม
  • Tourism Research iHola! Spanish Travelers
ดุษฎีนิพนธ์
ฒ, 425 หน้า : ตารางประกอบ ; 26 ซม.
ดุษฎีนิพนธ์
ฏ, 250 หน้า : ภาพประกอบ, ตารางประกอบ ; 30 ซม.
ดุษฎีนิพนธ์
ณ, 218 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ดุษฎีนิพนธ์นี้ มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างสันติประชาคม 2) เพื่อศึกษาหลักพุทธธรรมที่เกี่ยวกับการสร้างสันติประชาคม 3) เพื่อบูรณาการการสร้างสันติประชาคมตามแนวพุทธ และ 4) เพื่อนำเสนอแนวทางและการสร้างองค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับ �รูปแบบการสร้างสันติประชาคมตามแนวพุทธ� ผู้วิจัยรวบรวมจากข้อมูลปฐมภูมิ ได้แก่ พระไตรปิฎก และข้อมูลทุติยภูมิ ได้แก่ อรรถกถา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ และสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ทรงคุณวุฒิทางพุทธศาสนาและสันติศึกษา รวมจำนวน 20 รูป/คน แล้วนำข้อมูลที่ได้มาอธิบายเชิงพรรณนาวิเคราะห์ ผลการวิจัยพบว่า 1. แนวคิดเกี่ยวกับการสร้างสันติประชาคม เป็นวิธีการสร้างให้สังคมให้เกิดความสงบ มี 2 แนวคิด คือ 1) การสร้างสันติประชาคมตามทัศนะต่าง ๆ ได้แก่ (1) การปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน (2) การไม่ใช้ความรุนแรงในการเรียกร้องสิทธิ และ (3) การเจรจาไกล่เกลี่ย 2) การสร้างสันติประชาคมตามแนวพระพุทธศาสนา ได้แก่ (1) การระงับความขัดแย้งด้วยหลักอธิกรณสมถะ (2) การพัฒนากาย จิต และปัญญาด้วยหลักไตรสิกขา และ (3) การสร้างความเมตตา ความสามัคคีในสังคมด้วยหลักสาราณียธรรมและหลักอปริหานิยธรรม 2. หลักพุทธธรรมที่เกี่ยวกับการสร้างสันติประชาคม มีหลักธรรม 6 ประการ ได้แก่ หลักไตรสิกขา เป็นหลักพัฒนากาย จิต ปัญญาของตนเอง หลักสาราณียธรรม หลักอปริหานิยธรรม เป็นหลักเชื่อมความเมตตา ความสามัคคีของคนในสังคมเข้าด้วยกัน หลักกัลยาณมิตร หลักโยนิโสมนสิการ และหลักอภัยทาน เป็นหลักที่ใช้ระงับความขัดแย้ง 3. บูรณาการการสร้างสันติประชาคมตามแนวพุทธ มีการสร้าง 4 ขั้นตอน คือ 1) การสร้างสันติทางกาย 2) การสร้างสันติทางจิต 3) การสร้างสันติทางปัญญา ทั้ง 3 ข้อนี้สร้างด้วยหลักไตรสิกขา และ 4) การสร้างสันติทางสังคม สร้างจากบุคคลภายในครอบครัว ไปสู่ชุมชน และสังคมโลก มีการสร้าง 2 แนวทาง คือ 1. การสร้างสันติทางสังคมด้วยหลักสาราณียธรรมและหลักอปริหานิยธรรม โดยให้บุคคลทุกสถานภาพทางสังคมมีการปฏิบัติต่อกันด้วยดี 2. การสร้างสันติทางสังคมด้วยหลักไกล่เกลี่ยคนกลางเข้ามาระงับความขัดแย้งในสังคม ประกอบด้วยหลักธรรม 3 ประการคือ 1. หลักกัลยาณมิตร 2. หลักโยนิโสมนสิการ 3. หลักอภัยทาน และ 4. รูปแบบการสร้างองค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับการสร้างสันติประชาคมแนวพุทธ คือ �CPAP MODEL�
ดุษฎีนิพนธ์นี้ มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างสันติประชาคม 2) เพื่อศึกษาหลักพุทธธรรมที่เกี่ยวกับการสร้างสันติประชาคม 3) เพื่อบูรณาการการสร้างสันติประชาคมตามแนวพุทธ และ 4) เพื่อนำเสนอแนวทางและการสร้างองค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับ �รูปแบบการสร้างสันติประชาคมตามแนวพุทธ� ผู้วิจัยรวบรวมจากข้อมูลปฐมภูมิ ได้แก่ พระไตรปิฎก และข้อมูลทุติยภูมิ ได้แก่ อรรถกถา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ และสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ทรงคุณวุฒิทางพุทธศาสนาและสันติศึกษา รวมจำนวน 20 รูป/คน แล้วนำข้อมูลที่ได้มาอธิบายเชิงพรรณนาวิเคราะห์ ผลการวิจัยพบว่า 1. แนวคิดเกี่ยวกับการสร้างสันติประชาคม เป็นวิธีการสร้างให้สังคมให้เกิดความสงบ มี 2 แนวคิด คือ 1) การสร้างสันติประชาคมตามทัศนะต่าง ๆ ได้แก่ (1) การปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน (2) การไม่ใช้ความรุนแรงในการเรียกร้องสิทธิ และ (3) การเจรจาไกล่เกลี่ย 2) การสร้างสันติประชาคมตามแนวพระพุทธศาสนา ได้แก่ (1) การระงับความขัดแย้งด้วยหลักอธิกรณสมถะ (2) การพัฒนากาย จิต และปัญญาด้วยหลักไตรสิกขา และ (3) การสร้างความเมตตา ความสามัคคีในสังคมด้วยหลักสาราณียธรรมและหลักอปริหานิยธรรม 2. หลักพุทธธรรมที่เกี่ยวกับการสร้างสันติประชาคม มีหลักธรรม 6 ประการ ได้แก่ หลักไตรสิกขา เป็นหลักพัฒนากาย จิต ปัญญาของตนเอง หลักสาราณียธรรม หลักอปริหานิยธรรม เป็นหลักเชื่อมความเมตตา ความสามัคคีของคนในสังคมเข้าด้วยกัน หลักกัลยาณมิตร หลักโยนิโสมนสิการ และหลักอภัยทาน เป็นหลักที่ใช้ระงับความขัดแย้ง 3. บูรณาการการสร้างสันติประชาคมตามแนวพุทธ มีการสร้าง 4 ขั้นตอน คือ 1) การสร้างสันติทางกาย 2) การสร้างสันติทางจิต 3) การสร้างสันติทางปัญญา ทั้ง 3 ข้อนี้สร้างด้วยหลักไตรสิกขา และ 4) การสร้างสันติทางสังคม สร้างจากบุคคลภายในครอบครัว ไปสู่ชุมชน และสังคมโลก มีการสร้าง 2 แนวทาง คือ 1. การสร้างสันติทางสังคมด้วยหลักสาราณียธรรมและหลักอปริหานิยธรรม โดยให้บุคคลทุกสถานภาพทางสังคมมีการปฏิบัติต่อกันด้วยดี 2. การสร้างสันติทางสังคมด้วยหลักไกล่เกลี่ยคนกลางเข้ามาระงับความขัดแย้งในสังคม ประกอบด้วยหลักธรรม 3 ประการคือ 1. หลักกัลยาณมิตร 2. หลักโยนิโสมนสิการ 3. หลักอภัยทาน และ 4. รูปแบบการสร้างองค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับการสร้างสันติประชาคมแนวพุทธ คือ �CPAP MODEL�
The objectives of this dissertation were as follows: 1) to study the concept of building a peaceful community, 2) to study the Buddhadhamma related to building a peaceful community, 3) to integrate building a peaceful community according to Buddhism, and 4) to propose a guideline and new body of knowledge about building a peaceful community according to Buddhism. The data of this qualitative study were collected from the Tipitaka, other related texts and documents along with in-depth interviews with 20 scholars in Buddhism and Peace Study. The data were analyzed, synthesized and then presented in a descriptive method. The results of the study were found that: 1. There are 2 concepts of community peace building; 1) Community peace building according to various views; (1) Compliance with human rights principles, (2) Non-violence in claiming rights, and (3) Mediation negotiations, and 2) Community peace building according to Buddhism; (1) Conflict suppression with the principles of Adhikara?asamatha, (2) Development of body, mind, and wisdom with Threefold Training, and (3) Building loving-kindness and harmony in society by the principles of S?ra??yadhamma and Aparih?niyadhamma. 2. There are 6 Buddhist principles related to community peace building: The Threefold Training for developing body, mind, and wisdom, S?ra??yadhamma and Aparih?niyadhamma to combine mercy and harmony of people in the society together, and Kalay??amittat?, Yonisomanasikara and Abhayad?na for suppressing conflicts. 3. The integration of building a peaceful community according to Buddhism has 4 steps: 1) Building bodily peace, 2) Building mental peace, and 3) Building wisdom peace by the Threefold Training, and 4) Building social peace starting from individuals within family to community and the world society in 2 ways as follows: 1. Building social peace with S?ra??yadhamma and Aparih?niyadhamma for individuals in every status treat one another with good wishes, and 2. Building social peace by using mediation principles and mediators in social conflicts. This method is based on the principles of: (1) Kalay??amittat?, (2) Yonisomanasik?ra, and (3) Abhayad?na. 4. The guideline and body of knowledge concerning the building a peaceful community according to Buddhism could be concluded in "CPAP MODEL".
ดุษฎีนิพนธ์
ฒ, 254 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
ดุษฎีนิพนธ์
ณ, 201 หน้า : ภาพประกอบ, ตารางประกอบ ; 30 ซม.
ดุษฎีนิพนธ์
ด, 290 หน้า : ภาพประกอบ, ตารางประกอบ ; 30 ซม.
วารสาร
128 หน้า : ภาพประกอบสี ; 26 ซม.
    ปีที่ 62 ฉบับที่ 1 มกราคม - กุมภาพันธ์ 2562
Note: ปีที่ 62 ฉบับที่ 1 มกราคม - กุมภาพันธ์ 2562
TOC:
  • กรมศิลปากรกับการสร้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี
  • วัฒนธรรมก่อนประวัติศษสตร์ลุ่มแม่น้ำเมย แอ่งแม่สอด และเทือกเขาถนนธงชัยตอนกลาง
  • วรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้ประเภทหนังสือบุด : สารัตถะและการสืบทอด
  • จิตรกรรมฝาผนัง "พระพุทธเจ้าตรัสห้ามธิดามาร" ณ ศาลาแดง วัดพระเชุพนวิมลมังคลาราม
  • การจัดสร้างพระฝางจำลอง ของวัดพระฝาง จังหวัดอุตรดิตถ์
  • ฉลาด เค้ามูลคดี : ทศกัณฐ์คนแรกของโรงเรียนกรมศิลปากร
  • การสมโภชพระราชลัญจกรและตราตำแหน่งครบ ๑๐,๐๐๐ วัน รัชการที่ ๕
  • เกร็ดความรู้จากประวัติศาสตร์ : ๓๓๓ ปี คณะราชฑูตสยาม (โกษาปาน) ไปฝรั่งเศา : และพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔
  • ภาพเก่า - เล่าอดีต บัตรอวยพร
  • ถามมา - ตอบไป พุทธาภิเษก เทวาภิเษก และมังคลาภิเษก
  • ของชิ้นเอกในกรมศิลปากร : งาพระยาเศวตกุญชร
วารสาร
204 หน้า : ตารางประกอบ ; 27 ซม.
    ปีที่ 15 ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน 2562 วารสารฉบับนี้ได้ผ่านการพิจารณาและรับรองคุณภาพวารสารให้อยู่ในฐานข้อมูล Thai Journal Citation Index TCI กลุ่ม 2 สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
Note: ปีที่ 15 ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน 2562 วารสารฉบับนี้ได้ผ่านการพิจารณาและรับรองคุณภาพวารสารให้อยู่ในฐานข้อมูล Thai Journal Citation Index TCI กลุ่ม 2 สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
TOC:
  • ท่วงทำนองทางภาษาในบทความของหนุ่มเมืองจันท์
  • การศึกษาวัจนกรรมที่ปรากฎในบทสนทนาของชาวต่างประเทศที่ฝึกพูดภาษาไทย
  • อัตลักษณ์ของคนล้านนาจากบทเพลงลูกทุ่งคำเมืองที่ขับร้องโดย อบเชย เวียงพิงค์
  • สถานภาพและบทบาทของผู้หญิงจีนในหนังสือรวมเรื่องสั้น "เสียงเพรียกที่กลบเร้น จากแผ่นดินใหญ่"
  • การวิเคราะห์หนังสือบันทิงคดีสำหรับเด็กที่ได้รับรางวัลระหว่างปี 2552-2558
  • การศึกษาเปรียบเทียบเรื่องขำขันไทยกับเรื่องขำขันจีน
  • กบฏล้านนา : การประกอบสร้างภาพแทนผู้ชายล้านนาในนวนิยายไทยระหว่าง พ.ศ. 2490-2560
  • การวิเคราะห์ข้อผิดพลาดในการเขียนภาษาไทยของนิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • การสร้างแบบฝึกการใช้คำบุพบทและคำสันธานสำหรับนักศึกษาวิชาเอกภาษาไทยวิทยาลัยเจียวทงยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน
  • การวิเคราะห์วาทกรรมในชั้นเรียนภาษาจีน : กรณีศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
  • รูปแบบการบริหารและจัดการเครือข่ายการศึกาาที่มีประสิทธิภาพของมหาวิชชาลัยพุทธเศรษฐศาสตร์ (ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน) เพื่อการสืบศิลป์แผ่นดินล้านนา
  • A Study of Factors Affecting to Taxpayers' Satisfaction of e-Filling System in Thailand
  • แนวปฏิบัติที่ดีด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการของสถานประกอบกิจการยานยนต์และชิ้นส่วยยานยนต์ในประเทศไทย
  • ทักษะของผู้บริหารที่ส่งผลต่อองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2
ดุษฎีนิพนธ์
ฒ, 261 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาระดับประถมศึกษาที่มีนักเรียนผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยในเขตเมือง 2) พัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาระดับประถมศึกษาที่มีนักเรียนผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยในเขตเมือง และ 3) ประเมินและรับรองรูปแบบการบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาระดับประถมศึกษาที่มีนักเรียนผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยในเขตเมือง โดยใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารสถานศึกษา เพื่อให้สัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 5 คน โรงเรียนระดับประถมศึกษาที่มีนักเรียนผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยในเขตเมือง จำนวน 96 โรง โดยมีผู้ให้ข้อมูลแบบสอบถาม ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้างาน 4 ฝ่าย และครูหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมจำนวน 486 คน และผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารสถานศึกษา เพื่อประเมินและรับรองรูปแบบ จำนวน 17 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม และแบบประเมินและรับรองรูปแบบ เก็บข้อมูลระหว่างเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2561 ถึง เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2561 วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงบรรยาย ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอ้างอิง ได้แก่ การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content analysis) และการสร้างข้อสรุปแบบอุปนัย (Analytic inductive) ผลการวิจัยพบว่า: 1) การบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาระดับประถมศึกษาที่มีนักเรียนผู้ลี้ภัยและ ผู้ขอลี้ภัยในเขตเมือง ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ และผลผลิต โดยมีสภาพการบริหารจัดการศึกษาด้านเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนการสอนใช้แนวทางจากส่วนกลาง ส่วนใหญ่ไม่สอดคล้องกับเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม ภาษา และวิถีชีวิตของเด็ก 2) รูปแบบการบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาระดับประถมศึกษาที่มีนักเรียนผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยในเขตเมือง ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1) ปัจจัยนำเข้า มี 7 องค์ประกอบย่อย คือ 1.1) บุคลากรของสถานศึกษาและผู้ปกครอง 1.2) การบริหารงานทั่วไป 1.3) การบริหารงานงบประมาณ 1.4) การบริหารงานวิชาการ 1.5) พันธกิจและนโยบายของรัฐ 1.6) การบริหารงานบุคคล และ 1.7) สภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมของสถานศึกษา 2) กระบวนการ มี 6 องค์ประกอบย่อย คือ 2.1) การจัดการศึกษาพหุวัฒนธรรม 2.2) การคาดหวังต่อนักเรียนสูง 2.3) การจัดการหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนที่เข้มแข็ง 2.4) การเสริมแรงและจูงใจ 2.5) การใช้หลักธรรมในการบริหารสถานศึกษา (พรหมวิหาร 4) และ 2.6) การสั่งการและควบคุม และ 3) ผลผลิต มี 3 องค์ประกอบย่อย คือ 3.1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน 3.2) ประสิทธิภาพของการบริหารสถานศึกษา และ 3.3) คุณลักษณะและสมรรถนะของผู้เรียน 3) ผลการประเมินและรับรองรูปแบบเชิงระบบที่พัฒนาขึ้นมีความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ ผ่านเกณฑ์ในระดับมากที่สุด ซึ่งถือว่าเป็นอันรับรองรูปแบบโดยผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ
การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาระดับประถมศึกษาที่มีนักเรียนผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยในเขตเมือง 2) พัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาระดับประถมศึกษาที่มีนักเรียนผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยในเขตเมือง และ 3) ประเมินและรับรองรูปแบบการบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาระดับประถมศึกษาที่มีนักเรียนผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยในเขตเมือง โดยใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารสถานศึกษา เพื่อให้สัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 5 คน โรงเรียนระดับประถมศึกษาที่มีนักเรียนผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยในเขตเมือง จำนวน 96 โรง โดยมีผู้ให้ข้อมูลแบบสอบถาม ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้างาน 4 ฝ่าย และครูหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมจำนวน 486 คน และผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารสถานศึกษา เพื่อประเมินและรับรองรูปแบบ จำนวน 17 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม และแบบประเมินและรับรองรูปแบบ เก็บข้อมูลระหว่างเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2561 ถึง เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2561 วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงบรรยาย ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอ้างอิง ได้แก่ การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content analysis) และการสร้างข้อสรุปแบบอุปนัย (Analytic inductive) ผลการวิจัยพบว่า: 1) การบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาระดับประถมศึกษาที่มีนักเรียนผู้ลี้ภัยและ ผู้ขอลี้ภัยในเขตเมือง ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ และผลผลิต โดยมีสภาพการบริหารจัดการศึกษาด้านเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนการสอนใช้แนวทางจากส่วนกลาง ส่วนใหญ่ไม่สอดคล้องกับเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม ภาษา และวิถีชีวิตของเด็ก 2) รูปแบบการบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาระดับประถมศึกษาที่มีนักเรียนผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยในเขตเมือง ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1) ปัจจัยนำเข้า มี 7 องค์ประกอบย่อย คือ 1.1) บุคลากรของสถานศึกษาและผู้ปกครอง 1.2) การบริหารงานทั่วไป 1.3) การบริหารงานงบประมาณ 1.4) การบริหารงานวิชาการ 1.5) พันธกิจและนโยบายของรัฐ 1.6) การบริหารงานบุคคล และ 1.7) สภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมของสถานศึกษา 2) กระบวนการ มี 6 องค์ประกอบย่อย คือ 2.1) การจัดการศึกษาพหุวัฒนธรรม 2.2) การคาดหวังต่อนักเรียนสูง 2.3) การจัดการหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนที่เข้มแข็ง 2.4) การเสริมแรงและจูงใจ 2.5) การใช้หลักธรรมในการบริหารสถานศึกษา (พรหมวิหาร 4) และ 2.6) การสั่งการและควบคุม และ 3) ผลผลิต มี 3 องค์ประกอบย่อย คือ 3.1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน 3.2) ประสิทธิภาพของการบริหารสถานศึกษา และ 3.3) คุณลักษณะและสมรรถนะของผู้เรียน 3) ผลการประเมินและรับรองรูปแบบเชิงระบบที่พัฒนาขึ้นมีความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ ผ่านเกณฑ์ในระดับมากที่สุด ซึ่งถือว่าเป็นอันรับรองรูปแบบโดยผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ
The objectives of this research were: 1) to study the state of school administration of administrators in primary schools having urban refugee and asylum seeker students, 2) to develop an administrational model for school administrators in primary schools having urban refugee and asylum seeker students, and 3) to evaluate and certify an administrational model for school administrators in primary schools having urban refugee and asylum seeker students. The mixed research methods were used in the study. The quantitative data were collected by questionnaire from 486 samples in 96 schools consisting of school directors/deputy directors, chief of school subdivision and heads of the school department. The qualitative data were collected by in-depth interviews with 5 experts in school administration. The model was evaluated and certified by 17 educational experts. The data were collected from August 2018 to November 2018 and then analyzed by percentage, mean and standard deviation, confirmatory factor analysis (CFA), content analysis and analytic inductive. The results of research were found that: 1) An administrational model for school administrators in primary schools having urban refugee and asylum seeker students consists of 3 main components: inputs, process and output. The state of school administration in learning contents and learning activities is obtained from Ministry of Education which is irrelevant to race, belief, culture, language, and way of life of students. 2) An administrational model for school administrators in primary schools having urban refugee and asylum seeker students consists of 3main components: 1) Input, consisting of 1.1) Educational Personnel and students� parents, 1.2) General administration, 1.3) Budgeting administration, 1.4) Academic administration, 1.5) Mission and State Policy, 1.6) Human Resources administration, and 1.7) School Culture and Environment. 2) Process, consisting of 2.1) Multicultural educational administration, 2.2) High Expectation Teaching, 2.3) Qualified curriculums and Learning, 2.4) Reinforcement and Motivation, 2.5) Educational administration based upon 4 sublime states of mind, and 2.6) Command and Control. 3) Output, consisting of 3.1) Learning achievement, 3.2) Efficiency of School Administration, and 3.3) Desirable Characteristics and Performance of students. 3) The developed system model was evaluated and approved in accuracy, propriety, feasibility, and utility by the experts at the highest average standard level.
วารสาร
327 หน้า : ภาพประกอบ ; 27 ซม.
    ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2562
Note: ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2562
TOC:
  • บทความวิจัย การพัฒนาบทบาทพระสงฆ์ในการส่งเสริมโครงการตลาดประชารัฐเพื่อประชาชนในกรุงเทพมหานคร
  • การบริหารจัดการศาสนสมบัติของวัดในจังหวัดสมุทรปราการ
  • การพัฒนาการบริหารจัดการงานสาธารณสงเคราะห์ของคณะสงฆ์จังหวัดสุพรรณบุรี
  • การเสริมสร้างความเข้มแข็งใการริหารกิจการคณะสงฆ์ในจังหวัดปัตตานี
  • รูปแบบการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมสำหรับวัยรุ่นไทยยุคใหม่ตามหลักพุทธธรรมผ่านกลไกการขับเคลื่อนโครงการคลินิกคุณธรรมของพระธรรมวิทยากร
  • การมีส่วนร่วมด้านนโยบายภาครัฐสำหรับการดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดพิจิตร
  • ภาวะผู้นำในการปกครองคณะสงฆ์ของพระสังฆาธิการ อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  • รูปแบบการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมตามหลักพุทธธรรมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
  • การประยุกต์หลักพระพุทธศาสนาเพื่อการจัดการศึกษาทางด้านจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • การปรับโครงสร้างหน่วยงานภาครัฐตามนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0
  • การศึกษาโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุปัจจัยคุณลักษณะบริษัทที่ส่งผลต่อการรายงานการจัดการสิ่งแวดล้อม บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลในโรงเรียนสังกัดเทศบาลเมืองมหาสารคาม
  • ต้นทุนชีวิต การพัฒนาตนเอง ทักษะทางสังคมและวุฒิภาวะทางอาชีพของนักเรียนอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ
  • การพัฒนาคู่มือการชมงานจิตรกรรมฝาผนังของวัดในจังหวัดสุพรรณบุรีเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงศิลปะในงานจิตรกรรมไทย
  • การพัฒนาการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมสำหรับผู้สูงอายุ
  • ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อภาพลักษณ์ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  • การสื่อสารทางการเมืองเพื่อสถานะภิกษุณีในประเทศไทย : ศึกษากรณีภิกษุณีธัมมนันทา
  • บทบาทและการสื่อสารในสภาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหญิง : ศึกษาในห้วงเวลาปี พงศ. 2554-2556
  • การกำหนดยุทธศาสตร์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระธรรมฑูตไทยสู่ประชาคมอาเซียน
  • บทความวิชาการ ภูมิปัญญากับการพัฒนา : บทวิเคราะห์ว่าด้วยการบวชป่าเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  • สุนทรียศาสตร์ผ่านความงามทางภาษาและวัฒนธรรมไทย
  • แนวคิดทางพระพุทธศาสนาพละ 5 : การประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการจัดการศึกษา เพื่อการเรียนรู้่ของนักศึกษาพยาบาลในศตวรรษที่ 21