วิทยานิพนธ์
ฌ, 115 หน้า : ภาพประกอบ, ตารางประกอบ ; 30 ซม.
วิทยานิพนธ์
ฏ, 165 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารเชิงกลยุทธ์กับการบริหารงานงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนอง บัวลำภูเขต 1 ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ ผู้อำนวยการสถานศึกษา และหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานงบประมาณของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถม ศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1 จำนวน 428 คน ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถามแบบมาตรวัดประเมินค่า 5 ระดับ ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .940 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารเชิงกลยุทธ์กับการบริหารงานงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1 มีความสัมพันธ์กันสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารเชิงกลยุทธ์กับการบริหารงานงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนอง บัวลำภูเขต 1 ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ ผู้อำนวยการสถานศึกษา และหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานงบประมาณของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถม ศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1 จำนวน 428 คน ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถามแบบมาตรวัดประเมินค่า 5 ระดับ ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .940 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารเชิงกลยุทธ์กับการบริหารงานงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1 มีความสัมพันธ์กันสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
The purposes of this research were to investigate /the relationship between strategic management with administration budget result based management in schools under Nong Bua Lam Phu Primary Educational Service Area Office 1. The population in this research were director of schools and head of budgetary group of schools under Nong Bua Lam Phu Primary Educational Service Area Office 1. 428 samples were purposive sampling. The tools used in this research was questionnaire with 5 rating scale. questionnaire with the entire validity of 0.950 The statistics used in data analysis were Percentage, Mean, Standard deviation and Pearson�s Product Moment Correlation Coefficient. The research findings were as follows The relationship between strategic management and result- based budgeting management in schools under Nong Bua Lam Phu Primary Educational Service Area Office 1 were as the high level and was significant at 0.01 level.
วิทยานิพนธ์
ซ, 117 หน้า : ภาพประกอบ, ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    Abstract : การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาพการจัดการเรียนรู้ตามหลักอริยสัจ 4 โดย ใช้โครงงานเป็นฐาน 2) ปัญหาการจัดการเรียนรู้ตามหลักอริยสัจ 4 โดยใช้โครงงานเป็นฐาน และ 3) เสนอแนวทางแก้ปัญหาการจัดการเรียนรู้ตามหลักอริยสัจ 4 โดยใช้โครงงานเป็นฐาน กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการวิจัย เป็นครูจำนวน 5 คนและนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จ านวน 26 คน โรงเรียน อนุบาลหนองป่าครั่ง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ปีการศึกษา 2560 โดยทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิง พรรณนา ผลการวิจัยพบว่า (1) การจัดการเรียนรู้ตามหลักอริยสัจ 4 โดยใช้โครงงานเป็นฐาน นำ หลักอริยสัจ 4 มาใช้เป็นขั้นตอนกระบวนการเรียนการสอนในวิชาโครงงานโดยใช้หลักเหตุผล ขั้นที่ หนึ่งคือทุกข์ กำหนดปัญหา ขั้นที่สองคือสมุทัย ตั้งสมมุติฐาน ขั้นที่สามคือนิโรธ วิธีการต่าง ๆ ที่ใช้ ทดสอบสมมุติฐานที่ตั้งไว้ ขั้นที่สี่คือมรรค สรุปการแก้ปัญหา (2) ปัญหาพบว่า นักเรียนเกิดความ ท้อแท้ในการทำโครงงาน ไม่นำหลักอริยสัจ 4 มาใช้แก้ปัญหา ครูมีความรู้ความสามารถด้านการ จัดการเรียนรู้น้อย ไม่เข้าใจบทบาทของผู้สอนที่เป็นผู้อ านวยความสะดวก ครูไม่เข้าใจกระบวนการ ของการพัฒนาหลักสูตร (3) แนวทางการแก้ไขปัญหา นักเรียน ควรท ากิจกรรมจิตศึกษาก่อนเรียน เพื่อให้มีสมาธิและสมองตื่นตัวพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ สร้างบรรยากาศการเรียนให้สนุกสนาน แนวทาง แก้ปัญหาครู คือจัดอบรมครูเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบอริยสัจ 4 และโครงงาน ศึกษาดูงาน โรงเรียนต้นแบบ ส าหรับแนวทางแก้ปัญหาหลักสูตร ให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายควรมีส่วนร่วมในการจัดทำ หลักสูตร ประเมินผลอย่างเป็นระบบ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาครู
Abstract : การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาพการจัดการเรียนรู้ตามหลักอริยสัจ 4 โดย ใช้โครงงานเป็นฐาน 2) ปัญหาการจัดการเรียนรู้ตามหลักอริยสัจ 4 โดยใช้โครงงานเป็นฐาน และ 3) เสนอแนวทางแก้ปัญหาการจัดการเรียนรู้ตามหลักอริยสัจ 4 โดยใช้โครงงานเป็นฐาน กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการวิจัย เป็นครูจำนวน 5 คนและนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จ านวน 26 คน โรงเรียน อนุบาลหนองป่าครั่ง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ปีการศึกษา 2560 โดยทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิง พรรณนา ผลการวิจัยพบว่า (1) การจัดการเรียนรู้ตามหลักอริยสัจ 4 โดยใช้โครงงานเป็นฐาน นำ หลักอริยสัจ 4 มาใช้เป็นขั้นตอนกระบวนการเรียนการสอนในวิชาโครงงานโดยใช้หลักเหตุผล ขั้นที่ หนึ่งคือทุกข์ กำหนดปัญหา ขั้นที่สองคือสมุทัย ตั้งสมมุติฐาน ขั้นที่สามคือนิโรธ วิธีการต่าง ๆ ที่ใช้ ทดสอบสมมุติฐานที่ตั้งไว้ ขั้นที่สี่คือมรรค สรุปการแก้ปัญหา (2) ปัญหาพบว่า นักเรียนเกิดความ ท้อแท้ในการทำโครงงาน ไม่นำหลักอริยสัจ 4 มาใช้แก้ปัญหา ครูมีความรู้ความสามารถด้านการ จัดการเรียนรู้น้อย ไม่เข้าใจบทบาทของผู้สอนที่เป็นผู้อ านวยความสะดวก ครูไม่เข้าใจกระบวนการ ของการพัฒนาหลักสูตร (3) แนวทางการแก้ไขปัญหา นักเรียน ควรท ากิจกรรมจิตศึกษาก่อนเรียน เพื่อให้มีสมาธิและสมองตื่นตัวพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ สร้างบรรยากาศการเรียนให้สนุกสนาน แนวทาง แก้ปัญหาครู คือจัดอบรมครูเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบอริยสัจ 4 และโครงงาน ศึกษาดูงาน โรงเรียนต้นแบบ ส าหรับแนวทางแก้ปัญหาหลักสูตร ให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายควรมีส่วนร่วมในการจัดทำ หลักสูตร ประเมินผลอย่างเป็นระบบ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาครู
Abstract : The objectives of this research were to study (1) condition of learning management based on the Four Noble Truths by using work project; (2) problems learning management based on the Four Noble Truths by using work project; and (3) approaches solution for learning management based on the Four Noble Truths by using work project. The sample of this research included 5 teachers and 26 students from prathomsuka 6 in academic year 2017, Nongpakrang kindergarten school, Mueang district, Chiang Mai province. The data were analyzed through descriptive analysis. The results showed that 1) learning management based on the Four Noble Truths by using work project applied the Four Noble Truths as learning processes in work project by theoretical reasoning, that is, the first step as the Truth of Suffering by determining the problems, the second step as the Truth of the Origin of Suffering by setting hypothesis, the third step as the Truth of the Path to Cessation of Suffering by finding ways and means to test the hypothesis that had been set and the forth step as the Truth of the Cessation of Suffering by summarizing the solutions., 2) the problems showed that the students were disheartened and exhausted in doing the work project because they could not use the Four Noble Truths to solve the problems. The teachers had little knowledge to manage the learning. They could not understand the roles of teachers as facilitators and they did not understand the process of curriculum development., and 3) the guidelines for solution of the problems were that the students should do contemplative education before learning to have concentration and active brain ready for new learning and they should create a positive atmosphere in class. The guidelines for teachers' problem solution were that the teachers should be trained on the management of learning based on the Four Noble Truths and work project and provided with a study tour to the prototype school. Regarding the solution to curriculum problems, all parties were concerned to participate in curriculum preparation, systematic evaluation and teacher development.
วิทยานิพนธ์
(ก-ด) 210 หน้า : ตาราง ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ร.ม) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2560
Note: ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ร.ม) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2560
วิทยานิพนธ์
(ก-ถ) 153 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ศน.ม) สาขาพุทธศาสน์ศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2560
Note: ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ศน.ม) สาขาพุทธศาสน์ศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2560
วิทยานิพนธ์
(ก-จ) 118 หน้า ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ศน.ม) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2560
Note: ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ศน.ม) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2560
วิทยานิพนธ์
(ก-ช) 133 หน้า ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ศน.ม) สาขาพุทธศาสน์ศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2560
Note: ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ศน.ม) สาขาพุทธศาสน์ศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2560
วิทยานิพนธ์
(ก-ร) 310 หน้า : ภาพ, ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ร.ม) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2560
Note: ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ร.ม) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2560
วิทยานิพนธ์
(ก-ซ) 133 หน้า ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ร.ม) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2560
Note: ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ร.ม) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2560
วิทยานิพนธ์
(ก-ท) 263 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ร.ม) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2560
Note: ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ร.ม) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2560
วิทยานิพนธ์
(ก-ต) 149 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ร.ม) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2560
Note: ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ร.ม) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2560
วิทยานิพนธ์
(ก-ฎ) 134 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ศน.ม) สาขาพุทธศาสน์ศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2560
Note: ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ศน.ม) สาขาพุทธศาสน์ศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2560